6 เหตุผล ที่ทำให้บริษัทเสียพนักงานด้วยการลาออก 

มีหลายเหตุผลที่ทำให้คนลาออก ไม่ว่าจะอยู่ในยุคเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีก็ตาม องค์กรที่ยังต้องการมีคนทำงานให้ ต้องการรักษาพนักงานดีๆ และคนเก่งๆไว้ บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่การปรับตัวของพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่ตัวบริษัทหรือองค์กรเองก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าบริษัทไหนที่มักจะมีพนักงานลาออกเสมอ แทบจะไม่มีใครอยู่ทนได้นาน องค์กรก็ควรจะต้องย้อนกลับมองตัวเองแล้วล่ะว่า ปัญหาอยู่ที่ตัวพนักงานหรือที่ระบบขององค์กรกันแน่? วันนี้เราจะมาลองดูกันว่า ปัญหาแบบไหนกันบ้างที่ทำให้พนักงานพากันขยาด ไม่อยากร่วมงานด้วยอีกต่อไปแล้ว

1. เจ้านายบริหารงานไม่เป็น 

หลายองค์กรเลยทีเดียวที่มีเจ้านายหรือหัวหน้าบริหารงานไม่เป็น จ่ายงานให้ลูกน้องไม่ดี ใช้งานคนไม่เป็น ไม่ทำความเข้าใจว่าลูกน้องแต่ละคนมีจุดเด่นด้านใด เหมาะกับงานแบบไหน หรือควรสนับสนุนความสามารถของพนักงาน เพื่อนำใช้ในการทำงาน ให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพ หรือเจ้านายบางคนที่ไม่เห็นคุณค่าของพนักงาน ไม่รู้จักถนอมน้ำใจของคนที่ทำงานให้ เพราะคิดแต่ว่าตนเองเป็นเจ้านาย เป็นคนจ่ายเงินเดือน จะพูดหรือแสดงความไม่เท่าเทียมกับพนักงานอย่างไรก็ได้ ไม่เห็นค่าคนเก่าที่ทำงานมาให้อย่างยาวนาน แต่กลับเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้กับคนใหม่อย่างเห็นได้ชัด เป็นการทำร้ายพนักงานของตนโดยไม่รู้ตัว เพราะแบบนี้จึงทำให้พนักงานหลายคนต้องตัดสินใจลาออก แม้จะเป็นพนักงานที่เก่ง หรือลูกน้องที่มีความอดทนสูงก็ตาม เพราะสิ่งที่ผลักไสพวกเขาไป ไม่ใช่งานหนัก แต่เป็นเพราะเจ้านายหรือหัวหน้างานต่างหาก 

2. ทำงานหนักเกินไป 

เคยได้ยินคนพูดว่า ‘งานหนักไม่เคยทำให้ใครตาย’ และก็ได้มีไวรัลที่ส่งต่อในโลกโซเซียลด้วยคำที่ว่า “งานหนักไม่เคยทำให้ใครตาย คนพูดคือเจ้านาย แต่คนตายคือ (..) ลูกน้อง”ประโยคนี้เป็นไวรัลที่ส่งต่อกันมาก ด้วยเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงความรู้สึกของคนทำงานทุกคน โดยเฉพาะคนที่เป็นพนักงาน ทำงานในบริษัทและองค์กรทั่วไป ที่ทำงานในระบบของเจ้านาย-ลูกน้อง นายจ้าง-ลูกจ้าง เพราะบางคนทำงานเก่ง ทำงานดี แต่มักจะคนร่วมงานเอาเปรียบ เจ้านายกดดัน สั่งงานเพิ่ม แต่เงินเดือนเท่าเดิม ไม่กระดิกไปไหน ทำให้พนักงานเหล่านั้นรู้สึกเหนื่อยและท้อ เพราะร่างกายทำงานเพิ่ม แต่แรงใจกลับถดถอยเสียอย่างนั้น จึงมักเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้หลายคนต้องจำใจลาออก เพราะแรงจูงใจในการทำงานที่เพิ่มขึ้น มันไม่มีให้เหนี่ยวรั้งนั่นเอง 

3. เงินเดือน 

เงินเดือน เป็นแรงจูงใจสิ่งแรกสำหรับคนทำงานทุกคน ถ้าองค์กรหรือบริษัทไหนที่จ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานไม่บาลานซ์กับการทุ่มเทในการทำงาน ถ้ามีที่ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า สวัสดิการน่าสนใจกว่า ไม่ช้าหรือเร็วพวกเขาก็ต้องไป เพราะไม่ว่าใครก็คงจะไม่ทนอยู่เหนื่อยใจเหนื่อยกายไปตลอดแน่นอน 

4. สวัสดิการไม่ตอบโจทย์

นอกจากเงินเดือนจะสำคัญแล้ว สวัสดิการที่พนักงานจะได้รับก็ควรจะต้องมี อย่างน้อยๆก็ต้องมีประกันสังคม วันลาป่วย ลาพักร้อน ลาคลอด ที่เหมาะสม หรือถ้าที่ไหนยิ่งมี โบนัส เบี้ยขยัน เบี้ยเลี้ยงพิเศษ คอมมิชชั่น หรือเยอะหน่อยก็มี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีจัดเลี้ยงหรือพาเที่ยว ยิ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกอุ่นใจและภูมิใจที่เป็นพนักงานกับองค์กรที่ให้ความใส่ใจต่อพนักงาน และมีกำลังใจในการทำงานให้อย่างเต็มที่ ให้สมกับสิ่งที่ตนได้รับ แต่ถ้าที่ไหนไม่มีเลย ก็อย่าได้แปลกใจ หากพนักงานจะเริ่มทยอยออกเพื่อไปที่อื่น ที่มีสวัสดิการที่ดีกว่าหรือตอบโจทย์มากกว่า 

5. โดนกดให้ย่ำอยู่กับที่ 

ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการมีงานทำ เพื่อเลี้ยงตนเลี้ยงครอบครัว ไม่อยากเป็นคนไร้งานไร้เงินหรอก แต่ทำไมยังมีคนลาออก? นั่นเพราะทุกคนที่ทำงาน นอกจากเพื่อผลตอบแทนคือ เงินเดือน และ สวัสดิการ แล้ว ความสุขที่หาได้จากการทำงาน ก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับคนทำงานทุกคน เพราะจะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจให้มุ่งมั่นกับการทำงาน และรู้สึกหวงแหนในที่ๆทำงานแล้วมีความสุข ไม่มีใครทนอยู่กับอะไรที่จำเจเกินไป ตำแหน่งไม่เลื่อน เงินเดือนไม่ขยับ เพื่อนร่วมงานเป็นพิษ ใครเล่าจะอยู่ไหว ก็ต้องออกไปหาที่ดีกว่า แม้ว่าจะมีคำพูดที่ว่า ควรอยู่เพื่อพิสูจน์ความสามารถตัวเอง แต่เชื่อเถอะ โลกแห่งความเป็นจริง ที่ยังต้องใช้เงินเลี้ยงกาย ใช้ความสุขเลี้ยงใจ ยังไงใครๆก็ปรารถนามากกว่าอยู่ดี 

6. การทำงานไม่ตอบโจทย์

ปัญหาของคนทำงานเก่ง แต่สุดท้ายก็จากไป คือการโดนด้อยค่า และการร่วมงานกับคนที่เข้าใจด้วยยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแตกต่างของเจนเนอเรชั่น ความคิด มารยาท ไลฟ์สไตล์ ที่ขัดกันมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นกับเจ้านายหรือกับเพื่อนร่วมงาน หากไม่เกิดความขัดแย้ง ก็ต้องอดทนอย่างหนักจนกลายเป็นการสะสมความเครียด อึดอัด และเป็นทุกข์ ทำงานอย่างไม่มีความสุข และเมื่อไรที่ฟางเส้นสุดท้ายมันขาดสะบั้น ก็ต้องตบเท้าเดินออกไป เพื่อไปหาที่เขาต้อนรับมากกว่า และทุกข์น้อยกว่า 

ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ไม่เน้นเวลาเข้า-ออกในการทำงาน แต่เน้นที่คุณภาพของเนื้องานมากกว่า แม้จะเป็นบริษัทเปิดใหม่ แต่ก็มีคนเก่งๆที่เปิดใจพร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน หากอยู่แล้วสบายใจกว่า มีความสุขมากกว่า แม้จะเรีมต้นด้วยเงินที่น้อยกว่า แต่บริษัทที่ดีเขาย่อมจะเห็นคุณค่าพนักงาน และไม่ยอมปล่อยให้คนทำงานหลุดมือ แล้วทำไมจะไม่มีสิ่งดีๆเพื่อตอบแทนน้ำใจและเป็นการรักษาพนักงานไว้ล่ะ 

ถ้าตราบใดที่บริษัทยังไม่เห็นคุณค่าพนักงานของตน หรือปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกัน ต่อให้เป็นคนที่อดทนเก่งแค่ไหน สักวันก็ต้องเซย์กู๊ดบายและจากไปอยู่ดี