วิธีฝึกลูกสุนัขให้เลิกกัด กลายเป็น ต้าวความรัก ของทุกคนในบ้าน

เมื่อลูกสุนัขขนปุกปุยที่แสนจะน่ารัก เริ่มจะมีนิสัยเกเร กลายเป็นลูกสุนัขชอบกัดแทะสิ่งของ โดยเฉพาะลูกสุนัขชอบกัดมือเจ้าของ สร้างปัญหาหนักใจ และเรื่องปวดหัวได้ทุกวัน เพราะข้าวของภายในบ้านพังเสียหาย 

การที่ลูกสุนัขแทะหรือกัด เป็นพฤติกรรมของอาการที่บ่งบอกว่า ลูกสุนัขเริ่มมีฟันเขี้ยว และกำลังเติบโตขึ้น จึงมีอาการคันฟัน จึงต้องหาอะไรเพื่อกัด แทะ หรือเคี้ยวเพื่อบรรเทาอาการปวดเหงือก ซึ่งลูกสุนัขบางตัวอาจกัดข้าวของทุกอย่างที่ขวางหน้า

หรืองับมือ งับเท้าเจ้าของ และสมาชิกในบ้าน อาจเป็นเรื่องปกติ เพราะเด็กเล็ก ลูกของมนุษย์ก็มีอาการนี้เช่นกัน แต่ถ้าหากไม่มีการห้าม หรือคงปล่อยให้ลูกสุนัขแสนรักของคุณกัดต่อไป จะส่งผลต่อพฤติกรรมเมื่อโตขึ้น จากแรงกัดของลูกสุนัข อาจกลายเป็นแรงกัดที่แสนจะรุนแรง เป็นอันตรายต่อเจ้าของและคนอื่นได้ในอนาคต 

เพื่อให้ลูกสุนัขของคุณ เติบโตเป็นสุนัขที่น่ารัก เป็นที่เอ็นดูของคนอื่น และจะไม่สร้างปัญหาให้กับคุณในอนาคต จึงต้องมีการฝึกนิสัยน้องหมาเสียแต่เนิ่นๆ เพราะ ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก… “สุนัข” ก็เช่นกัน หากต้องการจะฝึกลูกสุนัขให้ได้ผลดี จะต้องทำความเข้าใจในตัวสุนัขก่อน เพื่อหาวิธีฝึกที่เหมาะสมกับลูกสุนัขแต่ละตัว ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันไป ทั้งในเรื่องของนิสัยส่วนตัว และลักษณะพฤติกรรมทั่วไป โดยบทความนี้ เราจะแบ่งเป็นพาร์ทในแต่ส่วน เพื่อให้เข้าใจง่ายต่อผู้ฝึกลูกสุนัข

Part 1 : ทำความเข้าใจพฤติกรรมการกัดของลูกสุนัข 

ก่อนจะทำการฝึกใดๆ การทำความเข้าใจ ถึงพฤติกรรมการกัดของลูกสุนัข เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคุณจะใจเย็นและมีความอดทนต่อการฝึก เมื่อทำด้วยความเข้าใจ 

โดยปกติลูกสุนัขหรือลูกหมา จะมีการเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมจากแม่หมา หรือจากจากหมาโตที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เมื่อลูกหมามีการงับตามประสา แม่หมาหรือหมาโตจะมีความอดทน และไม่โต้ตอบ แต่ถ้าหากลูกหมาเริ่มจะกัดแรงขึ้นบ่อยๆ หรือลูกหมาเริ่มโตขึ้นในระดับหนึ่ง แม่หมาหรือหมาโต จะมีการเตือนด้วยการงับและค้างไว้  หรือขู่คำราม เพื่อเตือนให้ลูกหมาหยุดและเลิกกัด เพราะถือว่าลูกหมาเริ่มโตแล้ว และควรจะเรียนรู้ได้แล้ว แต่ถ้าเป็นหมาเด็กที่เล่นกับลูกหมาด้วยกัน หากลูกหมาตัวที่งับ มีการงับแรงและทำให้ลูกหมาอีกตัวเจ็บ ลูกหมาที่โดนงับจะร้องเสียงดัง และเลิกเล่นด้วย ลูกหมาตัวที่งับก็จะตกใจและหยุดเล่นเช่นกัน และจะมีการพัฒนาความเข้าใจ เรียนรู้ไปตามหลักของธรรมชาติ ว่าการกัดเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และจะเลิกทำพฤติกรรมแบบนั้นไปในที่สุด 

Part 2 : วิธีแก้สุนัขชอบกัดของ สุนัขชอบกัดเจ้าของหรือเล่นแรงๆ

คุณสามารถที่จะนำวิธีการฝึกลูกสุนัขไม่ให้กัด ตามแบบฉบับของแม่สุนัข หรือลักษณะการเล่นของลูกสุนัขด้วยกัน มาปรับใช้ เพื่อฝึกกับลูกสุนัขของคุณได้ โดยใช้วิธีเล่นกับลูกสุนัข และเมื่อลูกสุนัขเริ่มกัดคุณ ให้คุณร้อง “โอ๊ย” ด้วยเสียงแหลมดังๆ แล้วเลิกเล่น และถ้าหากลูกสุนัขยังคงกัดอีก ให้พูดๆดังๆ ชัดๆ ว่า “ไม่ดี” (เหมือนกับที่เรามักได้ยินครูฝึกสุนัขชอบพูดว่า “แบดบอย”) แล้วเดินหนีไปที่อื่น ไม่ให้ความสนใจ เป็นเวลาประมาณ 2-3 นาที จากนั้นกลับมาเล่นกับลูกสุนัข จนกว่าจะมีการกัดอีกครั้ง และทำแบบเดิม ทำแบบนี้ซ้ำๆ และเมื่อเขาหยุดกัด หรือทำตัวดี ให้เอ่ยคำชม โดยอาจใช้คำ “เก่งมาก” , “เด็กดี” , “Good boy” หรือ  “Good girl” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำแบบนี้ทุกครั้ง และทำบ่อยๆ ลูกสุนัขจะมีการเรียนรู้ด้วยตนเองว่า เขาทำแบบไหนแล้วจะโดนเมินใส่ ทำแบบไหนที่เขาจะได้รับคำชม และได้ความรักจากคุณ 

เบี่ยงเบนความสนใจของลูกสุนัข ด้วยการหาของเล่นให้เขาได้เคี้ยวเล่นแทนการกัดหรืองับมือคุณ เพราะในขณะที่ทำการปรับพฤติกรรมของลูกสุนัข ก็ต้องทำความเข้าใจในหลักการเจริญเติบโต ตามธรรมชาติของวัยสุนัข จะมีอาการคันจากฟันเขี้ยวที่งอกใหม่ จึงต้องมีวัสดุที่สามารถให้เขาได้กัดแทะ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดให้เขาด้วย โดยการถือของเล่นที่กัดเคี้ยวได้สำหรับลูกสุนัข ขณะที่เล่นด้วยกัน อาจเป็นลูกบอลนิ่มๆ ลูกบอลที่มีเสียง เพื่อให้เขาได้สนใจ และเรียนรู้ว่า เขาสามารถเคี้ยวและกัดแทะลูกบอลได้ แต่จะงับมือคุณเล่นไม่ได้! 

เทคนิคใช้ คลิกเกอร์ อุปกรณ์เสริมฝึกสุนัข 

เมื่อลูกสุนัขเริ่มโตขึ้นมาอีกหน่อย บางคนอาจมีทริคด้วยการนำอุปกรณ์มาใช้ในการฝึก นั่นคือ “คลิกเกอร์” โดยกดคลิกทันที ที่ลูกสุนัขลดแรงกัดหรือปล่อยมือคุณ 

คลิกเกอร์ คืออะไร? 

Clicker หรือ คลิกเกอร์ คือ อุปกรณ์ฝึกสุนัข ที่ใช้เป็นตัวกลางในการสื่อสารกับสุนัข เป็นสัญญาณเชิงบวก สัญลักษณ์แทนคำชมและรางวัล ซึ่งจะมีความเสถียรของเสียง ที่ไม่ว่าจะกดกี่ครั้ง ก็จะเป็นเสียงแบบเดิม ง่ายต่อการจดจำ และกลายเป็นสัญชาติญาณ ที่เมื่อสุนัขได้ยินเสียง “คลิก” ก็จะเข้าใจได้ทันที ว่าเรามีสิ่งที่ต้องการให้เขาทำอะไร และจะรางวัลตอบแทน ซึ่งอาจจะเป็น ขนม อาหาร หรือคำชม

 

การใช้คลิกเกอร์เข้ามาประกอบในการฝึกสุนัข จะต้องทำให้เขาคุ้นเคยกับเสียงคลิกเกอร์ก่อน โดยใช้วิธีดังนี้ 

  • เตรียมขนมจำนวนหนึ่ง 
  • กดคลิกเกอร์ จากนั้นให้ขนมแก่สุนัข (ใช้อะไรก็ได้ ที่สามารถจูงใจสุนัขของคุณได้)
  • ทำซ้ำๆ หลายครั้ง 
  • สังเกตอาการความสนใจของสุนัขจากท่าทาง หูตั้ง มองหาขนม หลังได้ยินเสียงคลิกเกอร์ 

เมื่อสุนัขแสดงท่าทางดังกล่าว นั่นหมายถึง เขาเริ่มจดจำ และเข้าใจเสียงคลิกเกอร์ เริ่มการฝึกต่อไป 

  • กดคลิกเกอร์ 
  • สั่งให้สุนัขทำท่าทาง หรือหยุดทำกิริยาบางอย่าง เช่น ฝึกสุนัขให้นิ่ง นั่ง หมอบ หยุดกัด เป็นต้น
  • กดคลิกเกอร์ทันที เมื่อสุนัขทำตามคำสั่งถูกต้อง และให้รางวัล
  • เน้นทำซ้ำๆ หลายๆครั้ง เพื่อให้สุนัขจดจำ และฝึกทีละคำสั่ง เพื่อไม่ให้เกิดการสับสน 
  • อย่าใช้เวลานานในการฝึก เพราะจะทำให้สุนัขเบื่อ และไม่สนใจในการฝึก 

การฝึกด้วยคลิกเกอร์ มีหลายรูปแบบ อาจจะกดคลิกก่อนมีคำสั่ง หรือกดทันทีหลังจากสุนัขทำตามคำสั่ง หรือจะกดทั้งก่อนทำ และหลังทำก็ได้ แล้วแต่รูปแบบของผู้ฝึก และความสามารถในการรับการสื่อสารของสุนัขแต่ละตัว (แต่ข้อควรระวัง คือ อย่าให้ขนมหรืออาหารเป็นรางวัล ในปริมาณที่มากเกินกำหนด ที่ควรได้รับในแต่ละวัน) 

การฝึกเพื่อปรับพฤติกรรมลูกสุนัข และสุนัขชอบกัดของ อาจจะต้องใช้เวลานาน เจ้าของหรือผู้ฝึกจะต้องมีความอดทนสูง พยายามฝึกพวกเขาบนพื้นฐานความเข้าใจในสัญชาตญาณนักล่า และธรรมชาติของสุนัข แล้วคุณจะรู้สึกคุ้มค่า เมื่อมันได้ผล แม้ว่าคุณจะต้องแลกด้วยรอยกัดนับร้อย ตลอดระยะการฝึกก็ตาม! 

Part 3 ปลูกฝังนิสัยที่ดี

หาวิธีการเล่นกับลูกสุนัขของคุณ ด้วยการใช้อุปกรณ์ หรือของเล่นต่างๆ เมื่อลูกสุนัขเริ่มที่จะงับมือ งับเท้าคุณเล่น เช่น การเล่นโยนลูกบอล การเล่นชักเย่อ และเมื่อไรที่ลูกสุนัขเริ่มเล่นแรง ด้วยความหมั่นเขี้ยว หรือเผลองับมือคุณ ให้กลับไปทำตามใน part ที่ 2 จนกว่าลูกสุนัขของคุณ จะผ่อนแรง หรือหยุดดึงทันที ที่ปากของมันเข้าใกล้มือคุณมากเกินไป และไม่ควรลืมที่จะชม เมื่อเขาทำดี 

พาลูกสุนัขไปเล่นกับลูกสุนัข หรือสุนัขโตที่เป็นมิตรตัวอื่น เพื่อให้เขาได้มีการเข้าสังคม และได้เรียนรู้พฤติกรรม กฏกติกา มารยาท จากสุนัขโต ทำให้เขาได้ซึมซับ มีการปรับ เลียนแบบ เข้าใจ และจดจำด้วยตัวเขาเอง  อีกทั้งยังเป็นการสร้างความทรงจำที่ดีในวัยเด็ก ให้กับลูกสุนัขของคุณอีกด้วย แล้วคุณจะแปลกใจ เมื่อพบว่า ลูกสุนัขของคุณมีการเล่นกับสุนัขตัวอื่น หรือเล่นกับคุณอย่างนุ่มนวลขึ้น 

การใช้สเปรย์กันสุนัขกัด ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยได้ แต่เราขอแนะนำให้เป็นวิธีสุดท้ายที่จะใช้ดีกว่าเพราะถึงแม้ว่าสเปรย์จะไม่มีอันตรายต่อน้องหมา แต่รสชาติที่แย่สำหรับลูกสุนัขบางตัว อาจเป็นประสบการณ์ที่ฝังใจ จนไม่อยากเข้าใกล้คุณอีกก็ได้ ซึ่งอาจเป็นเพียงแค่ระยะสั้นๆ หรือระยะยาวไปจนโต โดยการใช้สเปรย์นี้ จะต้องฉีดที่บริเวณตัวคุณ หรือบนเสื้อผ้า ที่ลูกสุนัขชอบงับหรือกัดแทะ ก่อนจะเล่นกับเขา และเมื่อลูกสุนัขงับบริเวณที่สเปรย์ ให้คุณหยุดนิ่งๆ และรอให้เขาได้รู้สึกถึงรสชาติของสเปรย์ เมื่อรสสัมผัสสเปรย์ทำงาน สุนัขจะหยุดกัด และปล่อยคุณเป็นอิสระ ให้ชมทันทีและเริ่มเล่นต่อได้ 

เมื่อใช้สเปรย์กันสุนัขกัดก่อนจะเล่นกับสุน้ข เป็นระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ลูกสุนัขจะเริ่มมีการรักษาระยะห่างจากมือและเท้าของคุณ รวมไปถึงบริเวณที่คุณเคยสเปรย์  โดยสเปรย์นี้ คุณอาจจะหาซื้อจากโรงพยาบาลสัตว์ คลินิกสัตว์ โดยเฉพาะ หรืออาจใช้ น้ำมันต้นชา น้ำส้มสายชู น้ำยาดับกลิ่นปาก หรือแม้แต่สเปรย์ฉีดปากทั่วไป ที่มั่นใจว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อน้องหมา เมื่อสัมผัสหรือเข้าปากสุนัข 

การฝึกลูกสุนัขไม่ให้กัด จะต้องเริ่มฝึกลูกสุนัข 2 เดือน บางคนอาจฝึกลูกสุนัข 1 เดือน แต่ไม่ควรปล่อยเวลานาน เพราะเห็นว่าสุนัขยังเล็กอยู่ เพราะการฝึกลูกสุนัข 3 เดือนขึ้นไป คุณอาจจะได้บาดแผลลึก และเจ็บจนอาจหมดความอดทนได้ง่าย เพราะลูกสุนัขจะเริ่มมีฟันแท้ขึ้น ตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน และแน่นอนว่า ฟันแท้ และเขี้ยวที่มีความคมตามวัย ย่อมทำให้คุณเจ็บกว่าฟันน้ำนมในช่วงอายุ 3 เดือนแรก ดังนั้น หากคุณไม่อยากได้รอยแผลเป็นจากรอยเขี้ยว ด้วยฝีปากของสุนัขแสนรักของคุณ และต้องการให้เขาเป็นสุนัขที่ว่านอนสอนง่าย ก็ต้องรีบฝึกเขาเสียแต่เนิ่นๆ ด้วยความเข้าใจและความรัก เพียงเท่านี้ ลูกสุนัขของคุณ ก็จะเติบโตเป็นเพื่อนที่แสนดีของคุณ